Sports Discuss Blog

คุยกันเกี่ยวกับกีฬา

ทำความรู้จัก MotoGP การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุด

Motorsport เป็นประเภทกีฬาที่คนรักความเร็วให้ความสนใจ ซึ่ง Motorsport เป็นการแข่งขันความเร็วสุดเร้าใจและตื่นเต้นผ่านยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์เป็นส่วนประกอบ มีให้เลือกชมทั้งแบบทางบก ทางน้ำ หรือแม้แต่ทางอากาศ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ MotoGP การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดกัน

Motorsport มีการแข่งขันประเภทอะไรบ้าง

แต่ก่อนอื่นขอเกริ่นถึง Motorsport กันสักเล็กน้อย ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า Motorsport เป็นการแข่งขันความเร็วที่ได้รวบรวมเอายานพาหนะที่มีเครื่องยนต์ ‘เกือบ’ ทุกประเภทเอาไว้ ภายใต้การดูแลของ สหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ (Federation of International Motorcycling) หรือ FIM โดยประเภทการแข่งขันที่ได้รับความนิยมและผู้คนสนใจกันมากที่สุด คือ การแข่งขันประเภทรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์

และแน่นอนว่าวันนี้เราขอพูดถึงในส่วนของการแข่งขัน ‘ประเภทมอเตอร์ไซค์’ กัน นั่นคือ MotoGP ที่นับว่าเป็นการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดเลยก็ว่าได้ จะมีข้อมูลไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย

MotoGP เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1949

สำหรับการแข่งขันความเร็วประเภท  MotoGP เป็นการแข่งขันกีฬารถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตระดับโลกที่ได้รับการขนานนามว่าเก่าแก่ที่สุด โดยเกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1949 แรกเริ่มใช้ชื่อการแข่งขันว่า กรังด์ปรีซ์มอเตอร์ไซค์เคิลเรซซิ่ง (Grand Prix Motorcycle Racing) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น MotoGP ในภายหลัง สำหรับรถที่ใช้ในการแข่งขันจะถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับแข่งโดยเฉพาะ เรียกกันว่า ‘รถต้นแบบ’ ที่ไม่มีการวางจําหน่ายในตลาด

MotoGP เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1949
MotoGP เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1949

ในส่วนของการแข่งขั้นนั้น จะทำการแข่งขันกันทั้งหมด 1 Race หรือ 1 สนาม และความพิเศษอีกอย่างคือ เป็นการแข่งขันชิงแชมป์ที่สำคัญที่สุดของรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ และยังได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันความเร็วประเภทรถมอเตอร์ไซค์ในปัจจุบันอีกด้วย โดยปัจจุบัน MotoGP มีการแข่งกันอยู่ 3 รุ่น คือ Moto3Moto2 และ MotoGP 

รุ่นการแข่งขันวัดความเร็ว MotoGP

Moto3 

  • เป็นการแข่งขันที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ 250cc 1 สูบ ซึ่งเครื่องยนต์ของแต่ละทีมสามารถออกแบบได้เอง และ Moto3 เป็นรายการสำหรับนักบิดหน้าใหม่ ที่รุ้กกี้เตรียมผลักดันเพื่อก้าวสู่การแข่งขันในระดับต่อไปที่สูงขึ้น

Moto2 

  • เป็นการแข่งขันที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ 600cc 4 สูบ ซึ่งทุกทีมจะต้องใช้เครื่องยนต์ของ Honda ลงแข่งเท่านั้น โดยทาง Honda จะมีการแจกเครื่องยนต์ให้กับทุกทีม จากนั้นทางทีมสามารถนำไปปรับแต่งได้แต่ต้องอยู่ภายใต้กติกาที่กำหนด

Moto GP

  • เป็นการแข่งขันโดยใช้เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ 1000cc 4 สูบ โดยเครื่องยนต์ที่ใช้จะต้องเป็นเครื่อง V ที่ถูกออกแบบมาให้วางทำมุมกันได้ราว ๆ 45 องศา โดยวัดจากแนวตั้งฉากของแนวชักลูกสูบ ซึ่งจะมีการจุดระเบิดกันตามมุมองศา และรอบเครื่องตามที่ผู้ปลิตแต่ละเจ้าออกแบบมา
รุ่นการแข่งขันวัดความเร็ว MotoGP
รุ่นการแข่งขันวัดความเร็ว MotoGP

ซึ่ง MotoGP จะเป็นการแข่งขันที่ใช้การสะสมแต้มเพื่อชิงแชมป์ ดังนั้นการแข่งขันแต่ละสนามจึงต้อใช้เวลาแข่งขันทั้งสิ้น 3 แบ่งได้ ดังนี้

วันที่ 1 : Practice Day หรือ Free Practice คือการซ้อมขับขี่ จะขับขี่ทั้งหมด 2 ครั้ง เรียกว่า FP1 และ FP2

วันที่ 2 : Qualifying Day  คือ การขับขี่เพื่อชิงอันดับกริดสตาร์ต จะขับขี่ทั้งหมดคือ FP3, FP4, Q1 และ Q2 โดยในรอบ Q1 จะคัดนักแข่งที่ทำเวลาดีที่สุด 2 อันดับแรก เพื่อเข้าไปแข่งขันต่อในรอบ Q2 แต่สำหรับผู้ที่ได้อันดับที่ 3 เป็นต้นไป จะถูกเรียงตามลำดับกริดสตาร์ตตั้งแต่ 13,14,15,16 ไปเรื่อย ๆ จนถึงลำดับสุดท้าย ส่วนในรอบ Q2 ก็จะคัดนักแข่งที่ทำเวลาได้ดีที่สุด 10 ลำดับแรกจากการซ้อมทั้ง 3 รอบ และนักแข่ง 2 ลำดับแรกจาก Q1 รวมทั้งสิ้น 12 คน แล้วจัดอันดับสตาร์ท 1 – 12

เข้าไปแข่งรอบ Q2 สำหรับผู้ที่ได้อันที่ 3 เป็นต้นไป ก็จะถูกเรียงตามลำดับกริดสตาร์ตตั้งแต่ 13,14,15,16 ไป

วันที่ 3 : Race Day หรือวันแข่งขัน จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ

  • ช่วงที่ 1 : Warm up ในรอบนี้เป็นการอุ่นเครื่องวอร์มอัพ และการปรับเซ็ทรถเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการแข่งขันในช่วงบ่าย
  • ช่วงที่ 2 : Race(การแข่งขัน) คือเข้าสู่ช่วงการแข่งขันจริง ในรอบนี้จะให้นักแข่งขี่วอร์มอัพก่อน 1 รอบ หากรถเกิดปัญหาก็จะสามารถเข้าไปเปลี่ยนรถที่พิทได้ แต่ตอนออกสตาร์ทต้องออกสตาร์ทจากพิทเลนเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูล : Honda Thailand

เรื่องของความเร็วบนท้องถนนเป็นเรื่องที่มาพร้อมความท้าทายก็จริง แต่นอนว่ามันก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้วยเหมือนกัน ซึ่งความเร็วขนาดนี้มันไม่สามารถที่จะขับขี่แบบสุ่มสี่สุ่มห้าบนท้องถนนทั่วไปได้แน่ ๆ เพราะงั้นหากอยากทดลองความเร็วด้วยตัวเอง ก็เลือกสนามที่เป็นใจสักหน่อย มีอุปกรณ์ป้องกันที่พร้อมสักนิด จะลุยกี่ครั้งก็ไม่มีใครด่าตามหลัง แต่หากเผลอมาเร็วแรงบนถนนประเทศไทย นอกจากจะโดนชาวบ้านตะโกนตามหลังแล้ว เผลอ ๆ ยังได้ใช้ประกันรถชั้น 1 ไปแบบงง ๆ ด้วยนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *