Sports Discuss Blog

คุยกันเกี่ยวกับกีฬา

ธงการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์บอกอะไรเราบ้าง รู้ไว้จะได้สนุก

สนุกกับการดูการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ต้องรู้อะไรบ้าง

การแข่งขันกีฬาทุกประเภทไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ แน่นอนว่า ‘กฏิติกาการแข่งขัน’ จะต้องเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ๆ ที่ทั้งผู้ลงแข่งและคณะกรรมการจะต้องปฏิบัติร่วมกันด้วยความเที่ยงธรรม เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปได้กฎเกณฑ์และให้ใสสะอาดมากที่สุด

ซึ่งนอกจากตัวนักกีฬาและคณะกรรมการที่ต้องเรียนรู้กติกาเพื่อการทำแต้มแล้ว ผู้ชมรอบสนามถ้าหากต้องการชมรายการการแข่งขันต่าง ๆ ให้สนุก และร่วมลุ้นไปได้ก็จำเป็นจะต้องรู้เรื่องกฎและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการแข่งขันด้วยเหมือน แน่นอนว่าการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ เป็นอีกรูปแบบการแข่งขันที่มาพร้อมกับกฎและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะงั้นวันนี้เราจะมาทุกคนไปทำความรู้กับธงการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ไอเทมสำคัญที่ต้องมีทุกรอบ ทุกประเภทการแข่งขัน

ดูการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ยังไงให้สนุก

แต่ก่อนที่จะพาไปรู้จักกับธง ก่อนอื่นผู้ชมมือใหม่จะต้องรู้ก่อนว่า เกมส์การแข่งขันที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนั้นทำการแข่งขันในสนามไหน โดยแต่ละสนามจะมีความยาวสนาม เส้นทางขับขี่ และรูปแบบของสนามที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสนามแข่งส่วนใหญ่จะมีคความยาวอยู่ที่ประมาณ 3 – 5 กิโลเมตร ยกตัวอย่าง สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตของประเทศไทย มีความยาวอยู่ที่ 4.554 กิโลเมตร มี 12 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวา 7 และโค้งซ้าย 4 โดยนักแข่งทุกคนจะต้องทำการแข่งขันในแต่ละรอบสนามให้ได้ตามที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนด

ดูการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ยังไงให้สนุก
ดูการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ยังไงให้สนุก

นักแข่งจะต้องทำความเร็วให้ได้มากที่สุดในแต่ละรอบเพื่อชิงชัยจากคู่แข่ง และการแข่งขันจะมีการแซงกันในทางโค้งบ้างทางตรงบ้างแล้วแต่สกิลของนักแข่งแต่ละคน เพื่อให้ได้วิ่งผ่านธงตราหมากรุกที่จะโบกสะบัดเมื่อครบรอบการแข่งขัน เพื่อที่จะได้รับชัยชนะและก้าวขึ้นไปอยู่บน ‘โพเดียม’ ที่อาจจะมี 3 รางวัล หรือ 5 รางวัลแตกต่างกันไป

ชุดป้องกันการขับขี่ของนักแข่ง แข็งแรงแค่ไหน?

สำหรับประเภทการแข่งขันที่นิยมที่สุดและดูง่ายมากที่สุด ก็จะมีประเภททางเรียบที่เรียกว่า ‘โรดเรซซิ่ง’ ที่จะทำการแข่งขันเป็นจำนวนรอบการแข่งขันหรือรอบสนาม ซึ่งในการแข่งขันประเภทนี้นักแข่งจะต้องสวมใส่ชุดป้องกันการขับขี่ โดยชุดที่ใช้จะต้องเป็นชุดหนังที่ถูกตัดเย็บมาจากหนังจิงโจ้อย่างดี ที่แม้ว่าจะมีน้ำหนักเบาแต่เต็มไปด้วยความเหนียว ความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อแรงเสียดสีในเวลาที่รถครูดไปกับถนน โดยปัจจุบันชุดหนังจะมีถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งไว้บนบริเวณไหล่ หลัง และหน้าอก เพื่อเป็นการป้องกันอวัยวะสำคัญของผู้ขับขี่

นอกจากชุดหนังแล้วผู้แข่งยังต้องสวมใส่รองเท้าบูธ ถุงมือ และหมวกกันน็อค ที่ไว้ใช้สำหรับการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากผู้จัดการแข่งขันด้วย เพื่อความปลอดภัยของนักแข่ง ในส่วนของรถที่ใช้แข่งก็จะต้องเป็นไปตามกติกาแข่งขันในแต่ละรุ่น ทั้งโครงรถหรือเฟรม ระบบกันสะเทือนชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยทุกทีมจะต้องมีทีมงานคอยตรวจเช็คดูแลกันภายในทีม

สัญลักษณ์น่ารู้ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์

ซึ่งนอกจากเรื่องการทำแต้มและเรื่องอุปกรณ์สำหรับการแข่งขันแล้ว สัญลักษณ์การแข่งขัน ในทีนี้ของแทนว่า ‘ธง’ ยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ขาดไปไม่ได้ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์เลย จะมีสัญลักษณ์อะไรบ้างไปดูกัน

ธงแดง

  • เกิดอุบัติเหตุในสนามทำให้ไม่สามารถเริ่มการแข่งขันได้ในทันที นักแข่งจะต้องชะลอความเร็วและทยอยกลับเข้าพิท

ธงฟ้า

  • เป็นการแจ้งเตือนนักแข่ง เมื่อมีรถที่ตามมาด้านหลังเร็วกว่าและต้องการแซง ควรหลีกทางให้ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

ธงเหลือง

  • มีอันตรายอยู่ข้างหน้า จำเป็นต้องขี่ช้าลงเพื่อพร้อมจะหยุดรถทุกเมื่อ และห้ามแซงคันข้างหน้าเด็ดขาด จนกว่าจะผ่านตำแหน่งที่มีธงเขียวโบก

ธงเขียว

  • สนามปลอดภัย สามารถแข่งได้ตามปกติ

ธงตราหมากรุก

  • เป็นธงที่ถูกโบกบริเวณเส้นชัย เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่าจบการแข่งขัน
สัญลักษณ์น่ารู้ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์
สัญลักษณ์น่ารู้ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์

ธงดำพร้อมหมายเลข

  • นักแข่งหมายเลขนั้นจะต้องเข้าพิททันที เนื่องจากทำผิดกฎกติกา

ธงพื้นดำ วงกลมส้ม และมีหมายเลข

  • แจ้งเตือนว่านักแข่งรถมีปัญหาทางเทคนิค ออกจากแทร็กทันที

ธงขาว

  • แจ้งว่ามีฝนตกลง ควรเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนอีกคันที่ใช้ยางสำหรับลุยฝน

ธงขาวคาดแดง และธงเหลืองลายแถบแดงแดง                              

  • ธงทั้งสองมักถูกแสดงพร้อมกัน หมายถึงสนามเปียกแฉะเนื่องจากฝนตก

ดูเผิน ๆ อาจจะไม่ยาก แต่หากไม่เคยนั่งชมจริง ๆ ทั้งผ่านสนามหรือหน้าจอมือถือ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสักนิด เพราะงั้นใครที่เป็นมือใหม่หัดรับชมก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อที่คุณจะได้ลุ้นและสนุกไปกับการแข่งขัน แต่ทั้งนี้การขับรถด้วยความเร็วสูงแบบนี้ก็ใช่ว่าใคร ๆ จะขับได้ เพราะหากมาขับขี่ด้านนอกสนามแข่ง ความอันตรายก็มีรอบด้านเหมือนกัน ดังนั้นอย่าทำตามหากไม่อยากเรียกประกันรถยนต์ชั้น 1 มาช่วยเคลม

Leave a Reply

Your email address will not be published.